[Rising Pirates Ss1] Rakesh: Lord of The North

posted on 07 Jun 2015 08:47 by paulina-young

เอนทรี่นี้

เป็นส่วนหนึ่งของ

 

 

                                           Rising Pirates SS1 : The Deep Raisers

 

 

 

Quote ประจำตัว In this rotten world, the only thing you have to be afraid of … is me!

 

 

Rakesh Al-Sabbagh CG.jpg

 

 

 ในโลกอันแสนเน่าแฟะใบนี้ สิ่งเดียวที่พวกแกสมควรกลัวที่สุด … ก็คือข้า!


CV: Riggs [Dreamship-Project]


 

ชื่อ-สกุล: ราเกซ อัล-ซาบาค (Rakesh Al-Sabbagh)

อายุ: 47 ปี (บวกลบไม่เกิน 5 ปี)

เพศ: ชาย ชาวเผ่ามัวร์

เมืองเกิด: ซิมาฟ
 

 

ลักษณะนิสัย: รอบจัด เจ้าเล่ห์ โน้มน้าวจิตใจคนเก่ง ตลกร้าย พูดจาคล่องแคล่วฉะฉาน น่าเชื่อถือแต่ห้ามไว้ใจ คาดเดาความคิดได้ยาก ทำสิ่งใดมีจุดมุ่งหมายเสมอ หัวก้าวหน้า ทะเยอทะยาน เผด็จการ ซาดิสม์ รักอิสระ

 
 

ตำหนิเด่นชัด: ปากฉีก (คล้องห่วงทอง #แต่ป๋าว๊ากทีนี่ห้าห่วงเอาไม่อยู่หรอกจ่ะ), รอยแผลแนวขวางที่ดั้งจมูก, กระโหลกซีกซ้ายเสริมแผ่นเหล็ก

ลำดับแผลก่อนหลังเริ่มจากจมูกหัก ตามด้วยกระโหลกเปิด และถูกเฉาะปากเป็นอย่างสุดท้าย

คอมเม้นอิแม่. Final look ป๋าออกมาคือเป็นบุคคลประเภทใครเห็นก็จำหน้าได้เลย 555)
 
 
 
 
 
 
 
 
แนวทางปฏิบัติต่อผู้คน:
 
- ไว้ตัวเป็นสุภาพบุรุษ (จอมปลอม) รักษาคำพูด ยึดกฏโจรสลัดเป็นแนวทาง และฉลาดพอจะใช้มันเพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ตนเอง
 
- ชื่นชมคนมีความสามารถ ไม่นิยมการแบ่งพรรคแบ่งพวก หากมีความตั้งใจ ไม่ว่าใครก็มีความสำคัญเท่ากัน
 
- ไม่เชื่อถือเรื่องโชคลาง สิ่งที่เกิดขึ้นล้วนเกิดจากตนเอง (แนวคิดสมัยใหม่) ลูกเรือที่งมงายไร้สาระมักจะถูกท้าทายและทดสอบ
 

 

 

 

 

 

 

ส่วนสูง: 198 cm.

น้ำหนัก: 117 Kg. (หนักกล้ามเน้นๆ )

ผิว: ดำ-แดง

สีตา: แดง
 
 

อาวุธ   - กรงเล็บ (มีดสปริง)

          - ดาบโค้ง

          - ปืนคาบศิลา

          - ระเบิดมือ
 
          - กาโปเอย์รา (ศิลปะป้องกันตัวของกองทหารบราซิล)  #ถ้าถือมีดด้วยก็สายเดียวกับแอสซาซิน

 
 
สัตว์เลี้ยง: King Penguin (อ่านไม่ผิดหรอก เพ็นกวิ้นนี่แหละจะ!) ชื่อ Ego (อิตะโก้)
              ราเกซไปพบเข้าตอนออกล่าสัตว์ ให้ความสนใจตรงที่ถึงตัวแม้มันบาดเจ็บแต่ก็ยังสู้คน
              ไม่ยอมใคร หากปล่อยไว้ก็คงไม่น่ารอด จึงพามาเลี้ยงบนเรือ ปัจจุบันมีหน้าที่เป็น  
               messenger
 
 
 

ประวัติคร่าวๆ: ราเกซเป็นเด็กกำพร้า อาศัยอยู่กับพี่ชาย เลี้ยงชีพด้วยการหาปลาที่ชายฝั่งซิมาฟ

ต่อมาถูกส่งตัวไปใช้แรงงานในโรงเหล็กเมืองอัคซาเรย์ ได้พบเรือทหารรับจ้างและให้การช่วยเหลือพวกนั้นเรื่องเสบียง ราเกซจึงได้ใช้ชีวิตอยู่บนเรือนับแต่นั้น

อยู่เป็นกองกำลังเสรีได้กว่าสิบปีราเกซก็ประสบชะตากรรมเรือแตก หันมาเข้าร่วมกับกลุ่มโจรสลัด มีเรือเป็นของตัวเอง แบ่งรายได้ให้เรือธง2ใน10 ไม่นานนักผลประโยชน์ก็ชักไม่ลงตัว ระหองระแหงกับเจ้าถิ่นอยู่หลายปีสุดท้ายจึงตัดสินเดิมพันกันด้วยเรือแลกกับหัวกัปตัน รวบรวมกำลังคนแล้วแยกตัวเป็นอิสระ ตั้งตนเป็นผู้คุมน่านน้ำในที่สุด
 
 
 
***************************************************

Notice: Character reference

Teenage (Privateer) :: Conan (Conan The Barbarian) , Tyler Durden (Fight Club)

Adult (Pirate) :: Captain Hector Barbossa (POTC), Himuro Gemma (Ninja Scroll)
 
***************************************************
 
 
 

ประวัติ: บุตรคนรองในครอบครัวซึ่งเรียกได้ว่าเกิดผิดที่แท้ๆ เลี้ยงชีพด้วยการหาปลาชายฝั่งซิมาฟ โดยอาศัยที่หาด และข้ามทะเลทรายนำปลาตากแห้งไปขายในสุดสัปดาห์ แม่สิ้นใจหลังคลอดและอีกไม่กี่ปีต่อมาพ่อก็เสีย ทำให้ราเกซต้องอยู่ในความดูแลของพี่ชายราซิฟ ซึ่งอายุห่างจากตัวเองถึง 9 ปี

ก่อยตายพ่อได้สั่งเสียแก่ทั้งคู่เอาไว้ว่า “ห้ามจากบ้าน(บริเวณหาด)ไปเป็นอันขาด(โดยไม่บอกว่าทำไม)”

และด้วยคำๆนั้น...ทำให้ชีวิตวัยเด็กของสองพี่น้องหมดไปกับการลากอวนในเขตน้ำตื้น

รอคอยวาสนาให้ปลาซักตัวติดขึ้นมาแทนที่เศษเหล็ก #พ่อนะพ่อ -*-

พี่ชายเขาพูดเสมอว่าจะยอมแลกทุกอย่างเพียงแค่ได้ข้ามไปยังอีกฝังที่เขียวชอุ่มอยู่ลิบตานั่น...The white Town

แต่ราเกซมีแผนที่ดีกว่าสำหรับตัวเอง เด็กน้อยมองไปยังทิศทางซึ่งใกล้กว่า กลุ่มควันและไอร้อนโพยพุ่งออกมาจากฝั่งอัคซาเรย์

 

ขอเพียงเขาควบคุมเปลวไฟนั้นได้...ท้องน้ำและผืนดินทั่วทวีปนี้จะไปไหนเสียล่ะ?
 
 
 
 
 

ด้วยความคิดนั้น เด็กน้อยในวัยเพียง 10 ขวบพร้อมสมองที่รู้หนังสือไม่กี่ตัว ใช้หมึกเจือน้ำทะเลเขียนสารฉบับหนึ่งมีคำอยู่สองคำคือ "สมบัติ … ทะเลใต้" ใส่ขวดรัมลอยทะเลออกไป

เวลาต่อมาไม่นานนักก็มีเรือของพวกนักสำรวจมาที่หาด แต่กลับพบเพียงเด็กชายสองคน (จึงกลายเป็นเป็นเรืองขบขันของชาวเรือ เรียกว่า ‘Tresures of The south’) เพื่อไม่ให้เสียเที่ยวเปล่า พวกนั้นนำตัวเด็กๆกลับไปขายใช้แรงงานในโรงตีเหล็กเมืองอัคซาเรย์ สองพี่น้องติดอยู่ในโรงงานนรกถึง 7 ปี

รอคอยจนกว่าโอกาสจะมาถึง…
 
 
 

ประสบการณ์ในการเดินเรือ: เมื่อเรือของทหารรับจ้างกลุ่มหนึ่งเข้ามาเทียบท่าเพื่อซื้ออาวุธ พวกเขาต้องการตัวชาวเมืองซิมาฟในการนำทางข้ามทะเลทราย การเอาตัวรอดในมหาสมุทร เสบียงของแห้งมีความสำคัญเทียบเท่าอาวุธ และเด็กหนุ่มก็ยินดีจะฝ่าความร้อนระอุจากทะเลทรายเพื่อไปนำมันมาส่งให้ฟรีๆ (โดยออกอุบายว่านำเสบียงไปสนับสนุนทางการ) แลกกับการให้เขาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของเรือลำนั้นด้วย ส่วนราซิฟเพียงแค่ช่วยเหลือการเดินทางน้องชาย ตัวเองรักจะเอาดีด้านงานช่างและไม่คิดจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองโจรจึงขออยู่ติดฝั่งต่อไป...สองพี่น้องหายออกไปจากชีวิตกันและกันโดยสิ้นเชิง

แล้วผืนน้ำกว้างใหญ่ก็กลายเป็นครอบครัวใหม่ของราเกซนับตั้งแต่นั้น --- ออกจากฝั่งตั้งแต่อายุ 17 แผนการเดินเรือส่วนใหญ่จะอยู่ในแถบซีกตะวันตก ระหว่างเรดวู้ด-ซิลเวอร์วิล ติดพันนระกว่างการรบของราชนาวีและฝั่งชายแดนตอนเหนือ
 
 

เหตุผลของการมาเป็นโจรสลัด

การเจรจาการค้าที่ล้มเหลว เกิดจากการไม่ทำตามกฏของคู่ค้า...คำถามก็คือ “กฏใคร?”

สมัยที่ยังติดอยู่ในโรงเหล็ก ราเกซคุ้นชินกับระบบการค้ากับทางการดี

โยนเศษเบี้ยให้ผู้ผลิต คนกลางรับไปขายในราคาแพง ส่วนชนชั้นแรงงาน...ไม่ได้อะไรเลย  

(เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ราเกซเหม็นขี้หน้าข้าราชการและพวกติดยศทั้งหลาย

ยิ่งบวกกับเรื่องในภายหลังด้วยแล้ว เรียกได้ว่าเกลียดชนิดเจอที่ไหน...ตีที่นั้นเลยทีเดียว)


แล้วจะเสียเงินทำไมในเมื่อสามารถแย่งชิงมาด้วยกำลัง?


การมาเป็นทหารรับจ้าง กองกำลังอิสระอยู่กั้นกลางระหว่างศึกราชนาวีกับกลุ่มโจรสลัด

ทำให้ราเกซครุ่นคิดอยู่เสมอว่า ในเมื่อพวกเขามีพร้อมทั้งกำลังคน เสบียงอาหารและอาวุธ ทำไมต้องใช้มันต่อสู้เพื่อโชคชะตาของคนอื่น...ตัวเราไม่มีค่าพอจะสู้เพื่อชะตาตนเองกระนั้นหรือ?


แล้วชะตาของราเกซก็พลิกผันอีกครั้ง…
 
 
 

เรือทหารต้องปะทะกับเรือราชนาวีซึ่งหักหลังไม่ยอมจ่ายเงินสินจ้างแก่พวกเขา ท่ามกลางความเงียบเชียบของสายหมอกบนท้องทะเล เสมือนจู่ๆก็อุบัติขึ้นมา ปืนใหญ่ระดมใส่พวกเขาชนิดไม่ทันได้ตั้งตัว กองกำลังเสรีพ่ายแพ้ทำให้ต้องเสียเรือ ในเหตุการณ์นี้ ราเกซบาดเจ็บสาหัสถึงขั้นกระโหลกศรีษะเปิด ก่อนที่สติจะเลือนลางแล้วจมสู่ก้นมหาสมุทร ราเกซมองเห็นรูป “ดวงตา”

#เป็นบ้าอะไรชอบเอาหน้ารับดาบ ไม่เข้าใจป๋าจริงจริ๊งงง  = =;

ราเกซรอดมาได้เพราะเรือพาณิชย์ช่วยไว้จนไปถึงซิลเวอร์วิล ( แต่ก่อนจะได้รับความช่วยเหลือ ราเกซเอาชีวิตรอดอยู่กลางทะเลได้อย่างไรนั้น เขาไม่เคยบอกให้ใครรู้) รักษาตัวในเมืองอยู่นานก็ตัดสินใจจะเดินทางลงใต้หวังจะไปเจอพี่ชายที่ไวท์ทาวน์ ได้ข่าวว่ามีเรือราชการกำลังจะไปลงที่เรดวู้ดจึงอาศัยติดตามไปด้วย ปรากฏว่าเรือลำนั้นกลับเป็นนาวีที่โจมตีเขานั่นเอง ก่อนพวกกะลาสีจะจำหน้าได้ ราเกซลักเอาสมบัติบางชิ้นออกมาแล้วหนีลงเรือบดไปหาซ่องโจรสลัดในเกรสติโอ้ แปรพักมาร่วมกับกลุ่มโจรและบอกแผนการเดินนเรือของพวกนาวีทั้งหมดเพื่อให้อีกฝ่ายลอบโจมตีได้โดยง่าย กัปตันโจรทำตามแผนของราเกซจึงทำให้ชนะมาได้พร้อมด้วยทรัพย์สินจำนวนมาก #ส่วนป๋าแกก็คงเฮิร์ทอยู่ลึกๆ นั่งดูเขานับเงินตัวเอง

ราเกซร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ " Maul of Hades" กองโจรผู้คุมน่านน้ำแห่งแดนเหนือตั้งแต่นั้น
 
 

ประสบการณ์เดินเรือ


Ship(s) Captained : Sabbagh Brother’s Longboat (Captain 4 years #มีพี่เป็นลูกเรือ = =;)

            or crewed   Cetus (Schooner/Sailor, First Mate 8 ) - เรือที่ไถ่ตัวราเกซจากโรงเหล็ก

                              Phantasm (Schooner/ Captain 7 ) - เรือเล็กกองกำลังอิสระ จมสู่ก้นทะเล

                                                                                  โดย Leviathan

          Sentinel (Galleon/ Sailor,gunner) - เรือสลัด เขตกลาง-เหนือ ขึ้นกับเรือธงMaul of Hades

                              Leviathan (Galleon/ Captain /until now ) - เดินเรื่องในคอมมูด้วยเรือลำนี้
 
 
 
 
 

เส้นทางสู่การเป็นกัปตัน


 

ยามศึกสงคราม...ไม่มีมิตรแท้หรือศัตรูถาวร


หลังจากร่วมมือกับโจรสลัด ตามสมควรแล้วราเกซจึงได้เป็นเจ้าของ Leviathan เป็นการตอบแทนความเสียหายที่เคยถูกโจมตีมาก่อน และแม้ว่ากองทหารของราเกซจะเคยราวี สร้างความเสียหาย ให้ชายแดนเขตเหนืออยู่มาก เจ้าของน่านน้ำก็ยังยินยอมให้เรือโจรสลัดชาวมัวร์ลำนี้ ลอยลำอยู่ในเขตตนได้


เพราะตอนนี้...ศัตรูของพวกเขาคือพวกเดียวกัน "เหล่านาวีไวท์ทาวน์"


ราเกซและพรรคพวกซึ่งส่วนใหญ่เรียกได้ว่าเดนตาย ก่อวีรกรรมปล้นฆ่าเรือน้อยใหญ่และตามแนวชายฝั่งอย่างอุกอาจ โหดเหี้ยมชนิดว่าไร้ปราณี


...มันคือการเชือดไก่ให้ลิงดู


สร้างความปั่นป่วนให้น่านน้ำถิ่นนั้นจนเป็นที่ขึ้นชื่อลือชา ...แต่ส่วนแบ่งรายได้ 2 ใน 10 ของ Liviathan กลับยังต้องขึ้นต่อเรือธงซึ่งก็คือ Maul of Hades

เรือทุกลำที่ล่องอยู่เหนือน่านน้ำแห่งนี้ต้องทำตามกฏ...กฏบ้ากฏบออะไรกัน?


ไม่นานนักราเกซก็รูู้ ว่าแม้ขนสัตว์เมืองหิมะอันสูงค่าหรือคริสตัลน้ำแข็ง ก็ไม่สามารถต้านทานความหนาวเหน็บของจิตใจคนในแถบนี้ ที่มีต่อคนต่างถิ่น "ชั้นต่ำ" เช่นเขา คนเรามันจะสูงไปกว่ากันสักกี่ขุม….ตราบใดที่ยังมีสองเท้าเหมือนกัน?


"เมื่อข้าปรากฏตัว...สองเท้าข้าต้องเหยียบได้ทุกแห่งบนแผนที่โลกใบนี้"


ถึงอย่างนั้นก็ยังทำอะไรไม่ได้ แม้จะแข็งแกร่งเพียงใดกำลังเรือเขาก็ไม่มีทางสู้กับเจ้าของน่านน้ำได้แน่นอน อย่างน้อยก็ในเวลานี้ ราเกซได้แต่น้อมรับซึ่งดูเหมือนจะไม่ได้ให้ผลดีอะไรมากนัก เพราะอีกฝ่ายก็หาเรื่องเล่นงานเขาอยู่เนื่องๆ จนกระทั้ง…


“เดิมพันกันหน่อยดีมั้ย...หัวเจ้ากับข้า แลกกับอิสระเหนือน่านน้ำแห่งนี้” กัปตันพูดขึ้น


ราเกซคิดถูก...กัปตันต้องการกำจัดเขาจริงๆ


แต่มันจะเสียอะไรล่ะ? ในเมื่อหากเขาจะต้องสู้กับเรือธงอย่าง Maul of Hades กลางท้องน้ำ โอกาสชนะมันก็แทบจะมองไม่เห็นอยู่แล้ว ถ้าเช่นนั้นการฉะกันตัวต่อตัวอาจเป็นทางเลือกที่ดีกว่า


เมื่อถึงกำหนดนัดหมาย ผู้คนต่างมาชุมนุมกัน รอดูว่า ชะตากรรมของพวกชั้นต่ำที่มาแหยมในถิ่นตนจะลงเอยอย่างไร ราเกซสั่งคนของตนให้ตั้งรับ ทำแผนสำรองกันเหนียวไว้โดยคิดไว้ว่าสู้ไม่ได้ยังไงก็ต้องหนีรักษาชีวิตไว้ก่อน #36กลยุทธ ชิ่งดีที่สุด = =; แต่กัปตันคงไม่ปล่อยให้เขาได้ใช้


ดาบวงพระจันทร์เหวี่ยงเข้าที่หน้าราเกซอย่างไม่ยั้งมือ สิ่งเดียวที่ทำได้ตอนนั้น ราเกซใช้ฟันกัดคมมีดเอาไว้สุดกำลัง


นี่มันเอาถึงตายกันเลยนี่หว่า!


ในเสี้ยวสินาทีนั้น สัญชาติญาณการเอาตัวรอดเข้าควบคุมทุกส่วนของร่างกาย ยังไงคนที่รอดก็ต้องเป็นเขา


ราเกซได้ยินเพียงเสียงโห่ร้องส่งเสริมให้ฆ่าฟัน แล้วทุกอย่างก็เงียบลง…


ท่ามกลางความตกตะลึงของลูกเรือและผู้นำชนชั้นสูงแห่งโรซารีน่า ราเกซผู้มีแผลฉกรรจ์สองข้างริมฝีปาก ชูศรีษะอดีตกัปตันขึ้นพร้อมประกาศกร้าวต่อหน้าทุกคน


“I’m in charge now!”

“จากนี้ไปข้าใหญ่แต่ผู้เดียว!”



ไม่มีใครพบเห็นหรือได้ข่าวของ Maul of Hades อีกเลย ราวกับว่าเธอได้สลายตัวไปพร้อมกับการสิ้นชีพของกัปตัน...หรือบางที มันอาจเป็นเพียงการหลบเร้น เพื่อรอวันแก้แค้นก็เป็นได้


หลังจากผู้นำถูกโค่นลงไปแล้ว เรือในน่านน้ำตอนเหนือก็ดูเหมือนจะแตกกระสานซ่านเซ็น แยกตัวออกจากกัน ราเกซต้องค่อยๆอาศัยเวลารวบรวมกำลังคนที่แยกออกไปคืนมา แต่ในระหว่างนั้น


กลับมีเรื่องอื่นแทรกเข้ามาอีก เมื่อลูกเรือพบบางสิ่งในตัวอดีตกัปตันที่ทำให้ราเกซต้องประหลาดใจ


skinhead map.jpg


“นี่มัน...หนังหัวข้านี่?”


ตอนแรกราเกซคิดว่าหัวที่กัปตันต้องการหมายถึงชีวิตของเขา…แต่ตอนนี้เขารู้แล้ว

ว่ามันหมายถึง “หัว” ของเขาจริงๆ


(เรื่องราวเกี่ยวกับปริศนาแผ่นหนังหัวของราเกซคิดเอาไว้ว่าจะทำเป็นอีเว้นท์ค่ะ)


 

อุดมการณ์ของการเป็นโจรสลัด (สิ่งที่มุ่งหวัง)

หลังจากได้เป็นกัปตันของ Liviathan ราเกซได้ใช้อสุรกายแห่งท้องทะเลลำนี้บุกตะลุยทั่วทุกน่านน้ำ

ก่อวีรกรรมตั้งแต่ออกล่าปล้นสดม ไปจนถึงเรียกค่าไถ่ เดินหน้าหยิบฉวยลูกเดียว...ไม่ต้องแบ่งให้ใคร

ประกาศศักดาให้รู้ถึงอาณุภาพ #ความเก็บกด? ชาวแดนใต้(ที่ไปประกาศศักดาในเขตเหนือ)

นั่นไม่ได้ทำไปเพียงเพื่อสนองความกระหายในทรัพย์สินเงินทอง แต่มันคือ

อิสรภาพ…และอำนาจ


Do it … ‘cause we can

ทำมัน ...เพราะว่าเราทำได้



ชะตากรรม...เป็นสมบัติสิ่งเดียวซึ่งมนุษย์ผู้ใฝ่หาอิสรภาพอยากจะมีไว้ครอบครอง

แต่จะมีสักกี่คนที่เป็นเจ้าของชะตาตนเองได้?


จุดเด่นของราเกซ...คือการที่เขาเริ่มต้นมาจาก “คนธรรมดา”


เขาไม่ใช่ลูกขุนน้ำขุนนางเก่า ไม่มีเชื้อสายเจ้านายไหน หรือลูกคหบดีคนใด เป็นแต่เพียงชาวบ้านชนชั้นแรงงาน ผู้ใช้สัญชาติญาณการเอารอดและความทะยานอยากของมนุษย์ผลักดันให้มาถึงจุดผู้นำ และใช้ความเป็นผู้นำนั้น ขัดเกลาคนของเขาให้แข็งแกร่งพอที่จะเผชิญหน้า...พร้อมกุมชะตากรรมของตนเอง



 

 

 

 

 

 

Twitter: @RPS1_Rakesh_LV

ติดต่อผปค.(สอบถามรายละเอียด/โคประวัติ): @paulie1143

                                                     หรือ      WG - Pauilina Young (facebook)

                                                                 endora_witch (Skype)

 

 

 


 

และคำถามสุดท้าย สำหรับผู้ที่ใฝ่หาอิสรภาพเหนือท้องมหาสมุทร

 

 

ท่าน...

 

พร้อมที่จะร่วมผจญภัยระทึกขวัญไปกับเรือจอมสลัดแห่งน่านน้ำเหนือลำนี้หรือไม่

 

?

 

 

 

edit @ 25 Aug 2015 02:06:57 by WG - Paulina Young

Comment

Comment:

Tweet